สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

รัฐวิสาหกิจกับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555



รายงานสรุปโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555
โครงการจำแนกตามหน่วยงาน แผนการลงทุน และแหล่งเงิน (วงเงินงบประมาณ : ล้านบาท)


alt

ประเทศไทยได้รับผลกระทบรุนแรงจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ซึ่งทำให้เกิดการหดตัวของการผลิต การส่งออก และการใช้จ่ายของภาคเอกชน ส่งผลให้เกิดปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสถานการณ์เช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รัฐบาลไทยจึงได้กำหนดมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 1 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังไม่มีความแน่นอน ดังนั้น รัฐบาลเล็งเห็นว่าการจะรอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้จำเป็นต้องฟื้นตัวจากเศรษฐกิจภายในประเทศเอง ดังนั้น“แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555” จึงถูกกำหนดขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนของรัฐควบคู่กับการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติกรอบการลงทุนแล้วกว่า 1.295 ล้านล้านบาท รัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้รับอนุมัติกรอบการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ในปี 2552-2555 กว่า 408,000 ล้านบาท ผ่านทางรัฐวิสาหกิจจำนวน 18 แห่ง รวม 59 โครงการ โดยในปี 2553 ได้รับอนุมัติกรอบการลงทุนแล้วกว่า 130,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจในด้านต่างๆ ดังนี้

1. ปรับปรุงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งสร้างความมั่นคงพลังงาน ได้แก่ โครงการปรับปรุงสถานีรถไฟทั่วประเทศของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โครงการขยายโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 (3G) ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) โครงการระบบส่งเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และโครงการจัดหาและพัฒนาสถานกีฬา อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกของการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นต้น

2. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการของภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม เช่น โครงการ 1 ชุมชน 1 สวนป่า 1 โรงไฟฟ้าชีวมวลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดยางพาราของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เป็นต้น

3. เพิ่มประสิทธิภาพของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยการเพิ่มทุนสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 5 แห่ง คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ซึ่งทำให้ธนาคารแหล่านี้มีความแข็งแกร่งทางการเงิน และสามารถดำเนินการให้สินเชื่อสู่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาลได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีโครงการสินเชื่อส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพให้บริการรถสาธารณะของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โครงการประกันรายได้ให้เกษตรกร และโครงการรับจำนำผลผลิตการเกษตรปีการผลิต 2551/52 ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชน

4. เพิ่มศักยภาพในการหารายได้เข้าสู่ประเทศ และช่วยสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เช่น โครงการส่งเสริมตลาดและเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และโครงการศูนย์จัดแสดงความรู้ทางสัตวศาสตร์ และชีววิทยาสัตว์ป่า เป็นต้น

หากทุกรัฐวิสาหกิจดำเนินโครงการได้ตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ ประเทศไทยจะเข้มแข็งได้ใน ปี 2555 แน่นอนครับ

เอกสารเพิ่มเติม
- รายงานสรุปโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ของรัฐวิสาหกิจ


chevron up