History



 

          รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น  เพื่อเป็นกรอบในการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยกำหนดกลไก และการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำและหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ถือเป็นการผิดวินัย ดังนั้น คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดมาตรฐาน
ทางจริยธรรมขึ้นเป็นประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ซึ่งข้อ ๑๗ ได้กำหนดให้จัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมขึ้นในทุกส่วนราชการขึ้นตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน โดยมีข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นขึ้นไปเป็นหัวหน้ากลุ่ม

          เพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดในประมวลจริยธรรมข้าการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จึงได้จัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมขึ้น ตามคำสั่ง สคร. ที่ ๒๔/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ โดยเปลี่ยนศูนย์ประสานราชการใสสะอาด และจัดตั้งเป็นกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมขึ้น และต่อมาได้มีการมอบหมายบุคลากรที่ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่มาโดยลำดับ ทั้งนี้ ปัจจุบันการดำเนินการของกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมเป็นไปตามคำสั่ง สคร. ที่ ๓๙๕/๒๕๖๐ เรื่อง จัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมและมอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติราชการ ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ โดยมีนายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. เป็นหัวหน้ากลุ่ม

          รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น  เพื่อเป็นกรอบในการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยกำหนดกลไก และการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำและหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ถือเป็นการผิดวินัย

           คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นเป็นประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ซึ่งข้อ ๑๗ 
ได้กำหนดให้จัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมขึ้นในทุกส่วนราชการขึ้นตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการ โดยมีข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นขึ้นไปเป็นหัวหน้ากลุ่ม

           สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จึงได้มีคำสั่ง ๒๔/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๔ เปลี่ยนศูนย์ประสานราชการใสสะอาด และจัดตั้งเป็นกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการ สคร. โดยมีนางพรรณขนิตตา บุญครอง รองผู้อำนวยการ สคร. เป็นหัวหน้ากลุ่มงาน

          ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ได้มีคำสั่ง ที่ ๑๔๕/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๔ 
มิถุนายน ๒๕๕๔ ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและมอบหมายการปฏิบัติงาน โดยกำหนดให้มีกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และคำสั่ง ที่ ๒๕๙/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ แต่งตั้งคณะทำงานกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยให้ นางพรรณขนิตตา บุญครอง เป็นหัวหน้ากลุ่มงาน นั้น

          เนื่องจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนางพรรณขนิตตา บุญครอง ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ (นักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจทรงคุณวุฒิ) ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานของกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเป็นไปตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน จึงเห็นสมควรยกเลิกคำสั้ง

ที่ ๒๕๙/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ และแต่งตั้งคณะทำงานกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมประจำ  สคร. ใหม่โดยมี ผอ.สคร.เป็นหัวหน้ากลุ่มงาน จนกระทั่งปัจุบัน สคร. ได้มีคำสั่ง สคร.ที่ ๓๙๕/๒๕๖๐ จัดตั้งกลุ่มคุ้มครองจริยธรรมและมอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติราชการ โดยมี นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. เป็นหัวหน้ากลุ่มงาน