สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5


วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 เวลา : 14:47 น.

     สรุปสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5

     PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีขนาดประมาณเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลาง ของเส้นผมมนุษย์ถึง 20 เท่า ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก คนชรา ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว และสตรี มีครรภ์ สำหรับประเทศไทย พื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 มี 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่

  1. พื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ สาเหตุหลักมาจากการเผา ในพื้นที่ป่าและการเผาวัสดุทางการเกษตร
  2. พื้นที่บริเวณหน้าพระลาน จ.สระบุรี สาเหตุหลักมาจากพื้นที่ที่มีการประกอบกิจการโรงโม่บดย่อยหิน เหมืองหิน โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานปูนขาว โรงแต่งแร่ และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การจราจรและบรรทุกขนส่งในพื้นที่เป็นจำนวน มาก
  3. พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สาเหตุหลักมาจากการรถยนต์ดีเซลและจากการจราจร อุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง

     สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ภาพรวมของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปี 2556 - 2563 ปริมาณ     ฝุ่นละอองจะเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนมีนาคม สาเหตุตามที่กล่าวมาข้างต้น ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง และเป็น ช่วงรอยต่อฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน สภาวะอากาศนิ่ง ลมสงบ ส่งผลต่อการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศทำให้ระดับฝุ่นละอองมีค่า สูงขึ้นในช่วงนี้

     มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

     คณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ“การแก้ไข ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการ แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในภาพรวมของประเทศและพื้นที่วิกฤติโดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันทุกภาคส่วนด้วย 3 มาตรการ โดยสรุปดังนี้

     มาตรการที่ 1 : การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและในช่วงวิกฤต) แผนเผชิญเหตุ/มาตรการตอบโต้สถานการณ์4 ระดับ ดังนี้ - ระดับที่ 1 : PM2.5 ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. หน่วยงานดำเนินภารกิจตามสภาวะปกติ - ระดับที่ 2 : PM2.5 ระหว่าง 51- 75 มคก./ลบ.ม. ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการให้เข้มงวดขึ้น - ระดับที่ 3 : PM2.5 ระหว่าง 76 -100 มคก./ลบ.ม. ผู้ว่าราชการกทม./จังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยใช้อำนาจ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคุมพื้นที่ ควบคุมแหล่งกำเนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ - ระดับที่ 4 : PM2.5 มากกว่า 100 มคก./ลบ.ม. เสนอให้ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง (กก.คพ. กก.วล) เพื่อเสนอ มาตรการให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ

     มาตรการที่ 2 : การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง(แหล่งกำเนิด)(การแก้ไขปัญหาในระยะสั้น (62-64) และระยะยาว (65-67) จากยานพาหนะ การเผาในที่โล่ง/ภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การก่อสร้างและผังเมือง และภาคครัวเรือน

     มาตรการที่ 3 : การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ (การแก้ไขปัญหาในระยะสั้น (64-64) และระยะยาว (65-67)) พัฒนาเครือข่ายการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ทบทวน/ปรับปรุงกฎหมาย/มาตรฐาน/แนวทางปฏิบัติและพัฒนาระบบ ฐานข้อมูล/ระบบคาดการณ์ เป็นต้น

     สำหรับข้อมูลการติดตามตรวจวัด PM2.5 ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Real Time ได้ที่เว็บไซต์ Air4Thai.com แอปพลิเคชั่น Air4Thai และ bangkokairquality.com

ที่มา: กรมควบคุมมลพิษ

chevron up