สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

ยอดจอง TFFIF เกินเป้า เคาะราคาเสนอขายสูงสุดที่ 44,700 ล้านบาท เน้นจัดสรรให้ประชาชนทั่วไปเป็นหลัก พร้อมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ 31 ตุลาคมนี้


วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2561 เวลา : 13:57 น.

         

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

สำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ โทร 02-298-5880-7 โทรสาร 02-279-8547

                                                  

ฉบับที่ 33/2561                                                                                  วันที่ 22 ตุลาคม 2561

 

“ยอดจอง TFFIF เกินเป้า เคาะราคาเสนอขายสูงสุดที่ 44,700 ล้านบาท
เน้นจัดสรรให้ประชาชนทั่วไปเป็นหลัก พร้อมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ 31 ตุลาคมนี้”


กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยหรือ Thailand Future Fund (TFFIF)
ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน จากความมั่นคงและโอกาส
ในการเติบโต
จากรายได้ที่เกิดจากทางพิเศษฉลองรัชและบูรพาวิถีของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ส่งผลให้ได้ราคาสูงสุดที่มูลค่าการเสนอขาย 44,700 ล้านบาท หรือเท่ากับ 4,470 ล้านหน่วย และพร้อมนำหน่วยลงทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 31 ตุลาคมนี้

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า จากการเปิดให้ประชาชนทั่วไปและ
นักลงทุนสถาบันเข้าจองซื้อหน่วยลงทุนของ TFFIF ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลามโดยประชาชนทั่วไปที่ยื่นจองซื้อหน่วยลงทุนในครั้งนี้
มีมากกว่า 41,200 ใบจอง คิดเป็นมูลค่าการจองซื้อรวมกว่า 28,800 ล้านบาท อีกทั้งความต้องการจองซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศก็มีมาก
จนทำให้ได้ราคาเสนอขายที่สูงที่สุดที่ 44,700 ล้านบาท

นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. ในฐานะโฆษก สคร. กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจาก TFFIF เป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับ
การสนับสนุนโดยภาครัฐและมีเป้าประสงค์ให้ประชาชนทั่วไป
มีทางเลือกในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่มั่นคงและมีโอกาสในการเติบโต
จึงได้พิจารณาให้จัดสรรจำนวนหน่วยลงทุนให้กับประชาชนทั่วไปมากกว่ากึ่งหนึ่งของหน่วยลงทุนที่เสนอขายทั้งหมด โดยมีสัดส่วน
ของผู้ถือหน่วยลงทุน
ของ TFFIF ภายหลังจากการระดมทุนในครั้งนี้ (รวมจำนวนหน่วยลงทุนที่กระทรวงการคลังถืออยู่ปัจจุบัน) ดังนี้

  1. กระทรวงการคลัง จำนวน 457 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่า 4,570 ล้านบาท หรือร้อยละ 10
  2. ประชาชนทั่วไป จำนวน 2,300 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่า 23,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 50
  3. ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ จำนวน 1,813 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่า 18,130 ล้านบาท หรือร้อยละ 40

ทั้งนี้ กทพ. จะได้รับราคาค่าสิทธิในรายได้ของทางการพิเศษฉลองรัชและบูรพาวิถีที่โอนให้แก่ TFFIF เท่ากับ 44,811 ล้านบาท
ซึ่งคาดว่า กทพ. จะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้พัฒนาโครงการทางพิเศษ
สายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอก
กรุงเทพมหานครด้านตะวันตก และโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร
ด้านตะวันออกและส่วนต่อขยายทดแทน ตอน N1 ต่อไป

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวสรุปว่า การเสนอขายหน่วยลงทุน TFFIF ในครั้งนี้ นับเป็นการเสนอขายต่อนักลงทุน
ทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในปี 2561 และเป็นการทำ IPO
ที่มีประชาชนทั่วไปได้รับจัดสรรมากที่สุดอีกด้วย โดยการจัดสรร
หน่วยลงทุนให้ประชาชนทั่วไปของ TFFIF ทำโดยวิธี Small Lot First ซึ่งทำให้ประชาชนทุกคนที่จองซื้อได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุน
ทุกรายอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้หน่วยลงทุนของ TFFIF จะเข้าทำการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ
ในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “TFFIF”

chevron up