สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

การแก้ปัญหาภัยแล้ง


วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 เวลา : 14:38 น.

     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แสดงความเป็นห่วงเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และได้รับทราบรายงานภัยแล้ง ระหว่างวันที่     7-12 มกราคม 63 รวมทั้งรัฐบาลได้ให้เงินช่วยเหลือซึ่งเป็นเงินทดรองจ่าย 18 จังหวัด อาทิ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ เป็นการช่วยเหลือเร่งด่วน เป็น 2 ช่วง ตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน ที่แล้งมาก หลังจากนั้น เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม ที่ฝนจะตกน้อย

     ด้าน บกปภ.ช ได้มีการสั่งการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน มีการแบ่งความรับผิดชอบหลัก คือ กลุ่มที่ 1 การให้ข้อมูลสถานการณ์น้ำการพยากรณ์  กลุ่มที่ 2 คือผู้บริหารจัดการน้ำกลุ่มที่ 3 คือหน่วยงานปฏิบัติการแก้ไขปัญหา หาแหล่งน้ำแหล่งน้ำสำรอง ขุดบ่อน้ำบาดาลและแหล่งน้ำสำรองผลิตน้ำประปาและพื้นที่นำร่องเก็บน้ำโครงการแก้มลิงชั่วคราว เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ รวมทั้งควบคุมน้ำในทางการเกษตร ขอความร่วมมือเกษตรกรไม่ให้ปิดกั้นลำน้ำหรือสูบนำเข้าพื้นที่เพาะปลูก ประสานกรมฝนหลวงในพื้นที่ทำฝนหลวงตามสภาพภูมิอากาศตามความเหมาะสม รวมทั้งเข้าระวังควบคุมไม่ให้นำน้ำเสียลงพื้นที่น้ำ เพราะจะต้องมีการนำน้ำดีไล่น้ำเสีย นอกจากนี้ ต้องดูแลการป้องกันการพังทลายของตลิ่งและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดน้ำด้วย

     ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อนุมัติโครงการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยแล้ง และลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร จำนวน 2 โครงการ     คือ 1. โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิกสถาบันเกษตรกรระยะที่ 2 ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ สำหรับการพัฒนาระบบน้ำในไร่นา (ขุดสระเก็บน้ำ/เจาะบ่อบาดาล) เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภัยแล้ง และเป็นน้ำต้นทุนในการวางแผนการผลิตก่อนหรือหลังฤดูกาลให้ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด   ในระยะเวลาที่เหมาะสมและ 2 โครงการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตไข่ไก่ของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน โดยสหกรณ์จะจัดหาวัตถุดิบและนำมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและจำหน่ายให้กับสมาชิก    ในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพื่อลดต้นทุนการผลิตไข่ไก่ให้กับสมาชิกสหกรณ์

     (15 ม.ค. 63) ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้การแก้ปัญหาภัยแล้งว่า จะขอความร่วมมือจากทีมงานประชาสัมพันธ์ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการชี้แจงสถานการณ์น้ำ การดำเนินงานภาครัฐ รวมถึงการเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เป็นไปอย่างรอบด้านและทันต่อสถานการณ์ โดยจะครอบคลุมทั้งการประชาสัมพันธ์เชิงรุก-  เชิงรับ โดยจะมีการแถลงข่าวเป็นประจำทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านโซเซียลมีเดีย การจัดทำ Fanpage กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร  พร้อมบูรณาการงานประชาสัมพันธ์ร่วมกับหลายหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความคืบหน้าในการบริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

     ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด และมีการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย รวมทั้งจะได้มีการประสานเพื่อเร่งรัดงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีที่ผ่าน เพื่อไปสู่หน่วยปฏิบัติให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้เดินตามแผนงานที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะบ่อบาดาล การซ่อมแซมระบบประปา พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ แก้มลิง การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายน้ำให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้นด้วย

                                                                                                           ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

chevron up